ควรลงทุนกับ ที่นอนยางพารา หรือ ที่นอน Pocket spring ?

ที่นอนก็เปรียบเสมือนการลงทุนในระยะยาว ต้องคำนึงถึงคุณภาพ อายุการใช้งาน ความคุ้มค่าที่จะได้รับก่อนที่จะเลือกซื้อ ไม่ว่าใครต่างก็อยากจะมีที่นอนคุณภาพดีๆ นอนสบายๆ สักหลัง แต่แล้วเราควรเลือกลงทุนกับที่นอนอะไรดีที่จะตอบโจทย์ความต้องการของเรา เพราะหากตัดสินใจผิดพลาดแล้ว นอกจากเงินที่เสียไป ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราอีกด้วย วันนี้ NON 101: บทเรียนพื้นฐานที่ควรรู้  จะมาเปรียบเทียบที่นอนยางพารา และที่นอน Pocket spring ว่ามีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจและคุ้มค่ากับการลงทุน

 

ที่นอน Pocket spring

 

 

ที่นอนสปริงนั้นนิยมใช้มากตามโรงแรม หรือ รีสอร์ท มีลักษณะที่เด้งมาก น้ำหนักเบา และมีราคาต่ำกว่าที่นอนยางพารา โครงสร้างหลักคือลวดสปริงซึ่งเป็นแกนกลางของที่นอน และจะมีวัสดุอื่นวางบนสปริงอีกทีเพื่อรองรับตอนนอนและป้องกันไม่ให้ร่างกายของผู้นอนสัมผัสถูกโดยตรงกับลวดสปริง ต่อมาภายหลังได้มีการพัฒนาเป็นที่นอน Pocket spring เป็นสปริงแบบแยกอิสระ และถูกสวมด้วยถุงผ้าเพื่อป้องกันการเสียดสีและเกิดเสียงดังเมื่อขยับตัวหรือใช้ไปนานๆ  ส่วนใหญ่ที่นอนสปริงจะมีความหนา 10-12 นิ้ว มากกว่าที่นอนประเภทอื่น มาตรฐานขดลวดสปริงที่ได้คุณภาพจะมีความหนา 2.4 มิลลิเมตร และความกว้างเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว หากขดลวดมีความบางและความกว้างน้อยใช้งานไม่นานก็จะทำให้เกิดการล้าของสปริงและยุบตัวได้ง่าย

 

ข้อดี

  • ที่นอนสปริงมีความเด้งมาก มากกว่าที่นอนประเภทอื่นๆ
  • มีน้ำหนักเบา สะดวกเวลาเปลี่ยนผ้าปูที่นอน และง่ายต่อการเคลื่อนย้าย
  • ราคาไม่สูงมากนัก แต่ถ้าเป็นที่นอน pocket spring แบบคุณภาพดี ราคาอาจสูงเกือบเทียบเท่าที่นอนยางพารา

 

ข้อเสีย

  • หากที่นอนไม่มีคุณภาพ เมื่อใช้ไปสักระยะเวลาหนึ่งขณะนอนอาจสัมผัสโดนสปริงหรือรู้สึกว่าสปริงทิ่มออกมาจากที่นอน และอาจเกิดเสียงการเสียดสีของสปริงดังรบกวนขณะที่นอนได้
  • หากคุณภาพของสปริงไม่ได้มาตรฐาน จะทำให้สปริงเสื่อมสภาพ ล้มตัวได้ง่าย และเกิดการยุบตัวของที่นอนเป็นสาเหตุของอาการปวดหลัง
  • สปริงจะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าที่นอนยางพารา
  • ไม่เหมาะสำหรับคนที่น้ำหนักตัวมาก เนื่องจากสปริงรับน้ำหนักได้จำกัด
  • เพราะเป็นขดลวดจึงไม่สามารถยืดหยุ่น หรือรองรับสรีระร่างกายได้อย่างอิสระทุกการกดทับ เมื่อใช้ไประยะเวลาหนึ่งอาจทำให้เกิดการเมื่อยล้า ไม่เหมือนกับเวลาไปนอนตามโรงแรมเพียงไม่กี่วัน

 

ที่นอนยางพารา

 

 

ที่นอนยางพาราที่นอนเพื่อสุขภาพที่หลายๆคนต่างชื่นชอบ เพราะเป็นที่นอนที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอาการปวดหลัง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ ที่นอนยางพาราที่ขายอยู่ในท้องตลาดนั้นมีหลายรูปแบบ หลายเกรด หลายราคา หากใครที่กำลังสนใจจะลงทุนกับที่นอนยางพารา ควรทำความเข้าใจให้ดีก่อน เพื่อให้ได้สินค้าตรงตามที่เราต้องการ และไม่ถูกเอาเปรียบจากร้านค้า

 

  1. ที่นอนยางพาราแท้ แบบฉีด ทั้งหลัง 100% ไม่มีส่วนประกอบของชั้นวัสดุอื่น
    คือ การนำน้ำยางพารามาผ่านกระบวนการฉีดขึ้นรูปเป็นแผ่นยางพารา โดยจะมีค่าความหนาแน่น หรือที่เรียกว่า Density หากค่ายิ่งมากแสดงว่ามีการใช้น้ำยางพารามาก ยางพาราจะยิ่งมีความหนาแน่นสูง ความยืดหยุ่นสูง และมีน้ำหนักมาก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วค่าปานกลางจะอยู่ที่ Density 75-85%  ยางพาราแบบฉีดนั้นจะมีลักษณะที่นุ่ม เหมาะสำหรับคนที่ชอบนอนที่นอนนุ่มๆ แต่ไม่ปวดหลังแบบยางพารา ไม่เหมาะกับคนที่ชอบนอนนุ่มแน่นหรือแข็ง

 

  1. ที่นอนยางพาราแบบ Hybrid คือ ที่นอนยางพาราที่มีส่วนของชั้นยางพาราด้านบน และมีส่วนประกอบของวัสดุอื่นๆ เข้ามาร่วมเป็นโครงสร้างของที่นอนด้วย โดยขึ้นอยู่กับเทคนิคที่แต่ละแบรนด์จะเลือกนำมาใช้ เพื่อช่วยเสริมคุณสมบัติอื่นๆ ที่ยางพาราอย่างเดียวไม่สามารถทำได้ เช่น ช่วยทำให้ที่นอนมีความแน่นมากขึ้น ดังนั้นความคงทน หรืออายุการใช้งานก็จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างวัสดุอื่นที่นำมาใช้ด้วย

 

  1. ที่นอนยางพาราแบบอัด คือ เศษชิ้นส่วนของยางพาราที่นำมาผ่านกระบวนการอัดแน่นจนเป็นก้อน จะมีความหนาแน่นสูง มีลักษณะแข็งกว่ายางพาราฉีด ความยืดหยุ่นน้อยกว่า และราคาต่ำกว่า เหมาะสำหรับคนที่อยากนอนที่นอนยางพาราแต่มีงบไม่สูงมากนัก หรือคนที่ชอบนอนยางพาราแต่ชอบที่นอนแน่นๆ หากดูแลรักษาผิดวิธีอาจทำให้ยางพาราที่อัดแตกและแยกตัวเป็นเศษยางพาราได้ง่าย

 

ข้อดีของที่นอนยางพารา

  • ที่นอนยางพาราเป็นที่นอนสุขภาพ ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง และช่วยลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อได้ดี
  • คุณสมบัติของยางพาราจะมีความยืดหยุ่นสูงกว่าวัสดุอื่น กระจายแรงกดทับได้อย่างนุ่มนวล และรองรับสรีระร่างกายของผู้นอนทุกช่วงวัยได้ดีเยี่ยม
  • ยางพาราจะมีความทนทาน คงสภาพเดิม และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 10-20 ปี
  • สามารถรองรับน้ำหนักได้เยอะ คืนสภาพเดิมอย่างรวดเร็วเมื่อลุกออก และไม่เกิดการยุบตัวเป็นแอ่ง
  • ยางพาราผลิตจากน้ำยางพาราธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบายอากาศได้ดี ไม่เก็บความชื้น ไม่สะสมความร้อน
  • ป้องกันปัญหาของโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น เพราะไรฝุ่นจะไม่สามารถเกิดและอาศัยอยู่ในยางพาราได้
  • ดูแลรักษาที่นอนได้ง่าย เพราะไม่มีไรฝุ่น แบคทีเรีย และเชื้อรา จึงไม่ต้องนำที่นอนไปตากแดด
  • ไม่เกิดเสียงรบกวนจากคนข้างๆ ขณะพลิกตัวตอนนอนเหมือนระบบที่นอนสปริงที่เมื่อใช้ไปเป็นระยะเวลานานแล้ว อาจเกิดเสียงรบกวนได้

 

ข้อเสีย

  • ที่นอนยางพาราคุณภาพดีจะมีราคาสูงกว่าที่นอนอื่นทั่วไป แต่ก็มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า
  • ที่นอนยางพาราแท้จะมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะกว่าวัสดุอื่น เพราะมีปริมาณและความหนาแน่นของน้ำยางพาราที่ใช้ในการผลิตเยอะ
  • ที่นอนยางพาราธรรมชาติแท้ที่เพิ่งผลิตมาใหม่ๆ จะยังมีกลิ่นของยางพาราอ่อนๆ หลงเหลืออยู่ ซึ่งไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะเป็นกลิ่นธรรมชาติ สามารถระบายอากาศด้วยการเปิดหน้าต่าง ภายใน 2-3 วัน กลิ่นจะค่อยๆจางไปเอง

 

สำหรับที่นอนยางพารา Cattrena มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ ที่นอนรุ่น LATEX100% (นุ่มมาก)เป็นที่นอนแบบยางพาราฉีดแท้ 100% ทั้งหลัง ส่วนรุ่น COZY (นุ่มแน่น) และ STEADY (แข็งแน่น) จะเป็นที่นอนยางพาราแบบ Hybrid เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการ และความชอบของผู้นอนในทุกๆ รูปแบบ

 

 

Cattrena – Best Selling